การบำบัดด้วยแสงเป็นวิธีการรักษาชนิดหนึ่งที่ใช้แสงในการรักษาโรคต่างๆ รวมถึงโรคผิวหนัง ดีซ่าน และภาวะซึมเศร้า เตียงบำบัดด้วยแสงเป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยแสงเพื่อรักษาโรคเหล่านี้ โดยมีสองประเภทคือ แบบมีจังหวะการเปล่งแสง และแบบไม่มีจังหวะการเปล่งแสง
A เตียงบำบัดด้วยแสง (เตียงบำบัดด้วยแสงสีแดงเตียงบำบัดด้วยแสงแบบมีพัลส์จะปล่อยแสงเป็นช่วงๆ โดยไม่ต่อเนื่อง ในขณะที่เตียงบำบัดด้วยแสงแบบไม่มีพัลส์จะปล่อยแสงอย่างต่อเนื่อง การปล่อยแสงแบบพัลส์มักใช้ในทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังจากการสัมผัสแสงบำบัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง
ความแตกต่างหลักระหว่างเตียงฉายแสงแบบมีพัลส์และแบบไม่มีพัลส์อยู่ที่วิธีการปล่อยแสง แบบมีพัลส์จะปล่อยแสงออกมาเป็นช่วงสั้นๆ สลับกับการปล่อยแสงเป็นระยะๆ ทำให้ผิวหนังได้พักระหว่างช่วงพัลส์ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่มีความไวต่อแสง เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังจากการสัมผัสแสงเป็นเวลานาน
ในทางกลับกัน เตียงบำบัดด้วยแสงแบบไม่เป็นจังหวะจะปล่อยแสงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับบางสภาวะ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีปัญหาผิวหนังรุนแรงอาจต้องได้รับแสงบำบัดเป็นเวลานานขึ้นจึงจะเห็นผลดีขึ้น
ในวงการแพทย์มีการถกเถียงกันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษาด้วยแสงแบบเป็นจังหวะเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยแสงแบบไม่เป็นจังหวะ แม้ว่าการใช้แสงเป็นจังหวะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังได้ แต่ก็อาจลดประสิทธิภาพโดยรวมของการรักษาลงได้เช่นกัน ประสิทธิภาพของการรักษาด้วยแสงยังขึ้นอยู่กับสภาวะที่กำลังรักษาและความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย
ในการเลือกเตียงฉายแสง ควรพิจารณาถึงความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงสภาพผิวที่กำลังรักษาด้วย ผู้ป่วยที่มีผิวบอบบางอาจได้รับประโยชน์จากเตียงฉายแสงแบบมีจังหวะ ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีสภาพผิวรุนแรงอาจต้องใช้เตียงฉายแสงแบบไม่มีจังหวะ ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละรายและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
โดยสรุปแล้ว เตียงฉายแสงแบบมีพัลส์จะปล่อยแสงเป็นช่วงสั้นๆ สลับกับแบบไม่ต่อเนื่อง ในขณะที่เตียงฉายแสงแบบไม่มีพัลส์จะปล่อยแสงอย่างต่อเนื่อง การเลือกใช้เตียงประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละรายและสภาวะที่กำลังรักษาอยู่ แม้ว่าการปล่อยแสงเป็นพัลส์จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังได้ แต่ก็อาจลดประสิทธิภาพโดยรวมของการรักษาได้เช่นกัน การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อตัดสินใจเลือกใช้เตียงฉายแสงประเภทใด