ใช่แล้ว เครื่องอบผิวให้เป็นสีแทนใช้แสงยูวี (รังสีอัลตราไวโอเลต) โดยเฉพาะรังสี UVA และ UVB เพื่อกระตุ้นการสร้างเมลานินในผิวหนังและทำให้ผิวเป็นสีแทน นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้:
ประเภทของแสงยูวีในเตียงอาบแดด
รังสี UVA (95–99% ของปริมาณทั้งหมด):
วัตถุประสงค์: ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะแทรกซึมลึกเข้าไปในผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดผิวสีแทนอย่างรวดเร็วแต่ชั่วคราว โดยการออกซิไดซ์เมลานินที่มีอยู่แล้ว
ความเสี่ยง: เกี่ยวข้องกับการแก่ก่อนวัย (ริ้วรอย) และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังในระยะยาว (มะเร็งเมลาโนมา)
รังสี UVB (1–5% ของปริมาณทั้งหมด):
วัตถุประสงค์: ส่งผลต่อผิวหนังชั้นนอกเพื่อส่งเสริมการสร้างเม็ดสีเมลานินใหม่ให้ช้าลงแต่คงอยู่ได้นานขึ้น
ความเสี่ยง: อาจทำให้ผิวไหม้แดดและก่อให้เกิดความเสียหายต่อดีเอ็นเอ
ความเสี่ยงที่สำคัญจากการสัมผัสรังสียูวีจากเครื่องอบผิวสีแทน:
มะเร็งผิวหนัง: องค์การอนามัยโลกจัดให้เตียงอาบแดดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 เช่นเดียวกับบุหรี่
ริ้วรอยก่อนวัย: รังสียูวีเอทำลายคอลลาเจน ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำจากแสงแดด
อันตรายต่อดวงตา: การสวมแว่นตานิรภัยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันต้อกระจก
เตียงอาบแดดเทียบกับแสงแดดธรรมชาติ
บทความเด่น: เครื่องอบผิวแทนเทียบกับแสงแดดธรรมชาติ
ความเข้มของรังสียูวี: แรงกว่าแสงแดดตอนกลางวัน 3-15 เท่า
แตกต่างกันไปตามเวลา/สภาพอากาศ
อัตราส่วน UVA/UVB: ส่วนใหญ่เป็น UVA (UVB น้อย) เทียบกับ อัตราส่วน UVA/UVB ที่สมดุล
ระยะเวลาการสัมผัส: การสัมผัสครั้งละ 10-20 นาที เทียบกับการค่อยๆ สัมผัสแสงกลางแจ้งเป็นเวลาหลายชั่วโมง
เตียงบางชนิดใช้รังสียูวีที่ "ปลอดภัย" หรือไม่?
ไม่ค่ะ แม้ว่าเตียงอาบแดดรุ่นใหม่ๆ จะอ้างว่ามีความเสี่ยงต่ำ (เช่น เตียงอาบแดด UVA แรงดันสูง) แต่การอาบแดดด้วยรังสียูวีทุกชนิดก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งอยู่ดี เพื่อผิวสีแทนที่ปลอดภัยกว่า ลองพิจารณา:
- การทำผิวสีแทนด้วยสเปรย์ (แบบใช้ DHA ไม่ใช้รังสียูวี)
- โลชั่นและมูสสำหรับผิวสีแทน
- การบำบัดด้วยแสงสีแดง (ไม่ใช่รังสียูวี เพื่อสุขภาพผิว)
สรุปแล้ว:
เครื่องอบผิวให้เป็นสีแทนใช้แสงยูวีเข้มข้น ซึ่งอันตรายกว่าแสงแดด แพทย์ผิวหนังแนะนำอย่างยิ่งให้หลีกเลี่ยง หากคุณเลือกที่จะอบผิวให้เป็นสีแทน ควรใส่แว่นตานิรภัยเสมอ และจำกัดจำนวนครั้งในการอบ